ผ้าอ้อม .. มิตร หรือ ศัตรู กับสิ่งแวดล้อม

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยชั้นต่างๆ 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นโพลีเอธิลีนด้านนอก,
ชั้นกลาง 2 ชั้น ที่ทำจากเยื่อกระดาษ และสารดูดซับ, ชั้นในสุดเป็นแผ่นกันความชื้น ซึ่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับตัวเด็ก ผ้าอ้อมบางยี่ห้อมีการใส่น้ำหอม เพื่อให้มีกลิ่นหอมด้วย
โดยภาพรวม ในการผลิตผ้าอ้อมสำเร็จรูปจำหน่ายต้องมีการตัดต้นไม้เพื่อผลิตเยื่อกระดาษ
ปีละไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านต้น เท่านั้นยังไม่พอ เยื่อกระดาษที่นำมาใช้ผลิตผ้าอ้อมเกือบทั้งหมดมีการฟอกขาวด้วยคลอรีน ทำให้เกิดสารพิษที่มีความคงทนไม่สลายตัวง่ายชนิดหนึ่ง เรียกว่า ไดออกซิน สารชนิดนี้เป็นสารที่มีความเป็นพิษสูง ส่งผลให้เด็กพิการแต่กำเนิด ทำให้แม่แท้งลูก ก่อให้เกิดมะเร็ง การที่สารนี้มีพิษรุนแรงมาก ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ จึงได้กำหนดห้ามไม่ให้โรงงานที่มีการฟอกเยื่อกระดาษใช้คลอรีนในสารฟอกขาว เพราะไม่ต้องการให้โรงงานปล่อยสารไดออกซินออกมา แต่ในประเทศกำลังพัฒนา ยังคงมีการใช้คลอรีนในการฟอกขาวเยื่อกระดาษอยู่
นอกจากนี้ ในการผลิตผ้าอ้อมแต่ละชิ้นจะต้องใช้ก๊าซธรรมชาติประมาณ 2,800 ลูกบาศก์เมตร เพื่อที่จะผลิตส่วนที่เป็นพลาสติคสำหรับตัวผ้าอ้อม รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ขณะที่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปมีอายุการใช้งานนานเพียง 2-3 ชั่วโมง เมื่อใช้แล้วจะมีสิ่งปฏิกูลจากเด็กและถือว่าเป็น ขยะติดเชื้อ ที่อาจเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย ซึ่งโดยวิธีที่ถูก จะต้องฆ่าเชื้อโรคก่อนทิ้งเป็นขยะ แต่ในทางปฏิบัติพ่อแม่มักทิ้งผ้าอ้อมสำเร็จรูปลงในถังขยะทันที ซึ่งเป็นการเสี่ยงที่จะแพร่โรคติดต่อให้กับผู้อื่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เป็นขยะจะใช้เวลานานในการย่อยสลาย คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 500 ปี
หลายหน่วยงานพยายามรณรงค์ให้มีการใช้ผ้าอ้อมที่ซักได้แทนผ้าอ้อมสำเร็จรูป ที่ใช้แล้วทิ้ง แต่มีหลายคนมองว่า การใช้ผ้าอ้อมที่ซักได้ก็มีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการใช้น้ำเพื่อซักล้างผ้าอ้อม ประมาณว่า เด็กแต่ละคนต้องใช้น้ำประมาณ 42,500 ลิตร ในการใช้ผ้าอ้อมตลอดช่วง 2 ปีครึ่ง
นอกจากนี้ ฝ้ายที่ใช้ในการผลิตผ้าอ้อมก็อาจมีต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมได้ด้วย เพราะฝ้ายเป็นพืชที่มีการใช้สารเคมีการเกษตรค่อนข้างมาก ทั้งในการป้องกัน กำจัดแมลงและวัชพืช การใช้สารเคมีการเกษตรอย่างเข้มข้น ทำให้ฝ้ายเป็นพืชที่สร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมากที่สุดชนิดหนึ่ง
แม้ว่าการใช้ผ้าอ้อมที่ซักได้ จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบ้าง แต่ก็ต่ำกว่าการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปค่อนข้างมาก อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพของเด็ก นอกจากนี้ การใช้ผ้าอ้อมซักได้จะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า กล่าวคือ ในการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 12 บาท ขณะที่ผ้าอ้อมจากผ้าธรรมชาติมีต้นทุนเฉลี่ยในการใช้ 8.81 บาท ซึ่งทำให้การใช้ผ้าอ้อมซักได้มีต้นทุนต่ำกว่าถึง 33.3%
ดังนั้น การเลือกใช้ผ้าอ้อมซักได้ สำหรับครอบครัวที่เพิ่งมีลูกอ่อน จึงเป็นการบริโภคอย่างฉลาด ทั้งในแง่เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เสื้อผ้าและของใช้เด็ก Enfant เล็งเห็นถึงปัญหาของสภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้น จึงได้ให้ความสำคัญในการผลิตผ้าอ้อมที่มีคุณภาพดี ที่ให้สัมผัสบริสุทธ์กับผิวอ่อนบางของลูกน้อยคุณ ทั้งนี้ยังได้คิดค้นเพิ่มเติมด้วยการนำเยื่อไผ่ที่มาจากธรรมชาติ100% ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรีย (anti-bacteria) เป็นวัตถุดิบหนึ่งในการผลิตผ้าอ้อม คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่สามารถช่วยยับยั้งโลกร้อนแถมยังได้มอบสิ่งดี ๆ ให้กับลูกน้อยอีกด้วยค่ะ
|