Untitled Document
 

Self Esteem คือ ความรู้สึกภูมิใจในตัวเอง การนับถือตัวเอง เป็นความรู้สึกที่รับรู้ว่าตัวเองมีคุณค่าและมีความสำคัญต่อพ่อแม่และคนรอบข้าง ซึ่งความรู้สึกนี้ จำเป็นต่อพัฒนาการที่ก้าวหน้าของเด็กทุกคน เพราะเด็กที่มี Self-Esteem มาก จะสามารถรับรู้ในใจว่า ตนเองนั้นเป็นที่รัก และเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง ส่งผลให้เด็ก ๆ รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง





ความภาคภูมิใจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยแรกเริ่ม (แรกเกิด-1ปี)



เมื่อลูกออกมาสัมผัสกับโลกภายนอกครั้งแรก ลูกจะรู้สึกอ้างว้างและหวาดกลัว  แต่อ้อมกอดของแม่จะช่วยให้ลูกรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย  ซึ่ง SELF-ESTEEM ของเด็กวัยนี้จะเป็นความรู้สึกที่พัฒนาต่อเนื่องมาจากความไว้วางใจ ที่ได้รับการตอบสนองจากพ่อแม่นั่นเอง

การส่งเสริมความภาคภูมิใจของเด็กวัยนี้ ทำได้โดย 

  • แสดงปฏิกิริยาที่ดี

    แม้ลูกมีอายุเพียง2-3 สัปดาห์ เมื่อลูกได้แสดงความสามารถของพัฒนาการ ด้านร่างกายเป็นครั้งแรก แล้วพ่อแม่แสดงปฏิกิริยาตอบรับที่ดี เช่น ยิ้ม พูดชมเชย ให้กำลังใจ จะทำให้ลูกเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจว่าตัวเองสามารถทำได้แล้ว  ส่งผลให้ลูกเรียนรู้ที่จะพัฒนา SELF-ESTEEM หรือความรู้สึกดีๆ ที่รู้ว่าตัวเองมึคุณค่าเกิดขึ้นภายในจิตใจ



  • ตอบสนองลูกทุกความต้องการ

    การตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของร่างกาย และจิตใจ เช่น เมื่อลูกหนาวแล้วได้เสื้อผ้าอุ่น ๆ หิวนมแล้วได้กิน การกอดปลอบโยนเมื่อลูกร้องไห้ สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ และสร้างความไว้วางใจต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว ดังนั้นควรหมั่นสังเกตและดูแลลูกอย่างใกล้ชิด เพราะความใกล้ชิด จะช่วยทำให้พ่อแม่รู้ได้ด้วยตัวเองว่าลูก
    ต้องการอะไร
  • ด้วยสองมือพ่อแม่ดูแลลูก

    การลงมือทำกิจวัตรประจำวันให้ลูกอย่างใกล้ชิดในช่วงขวบปีแรก  สามารถสร้างความรู้สึกคุณค่าให้ลูกได้มาก เช่น การที่แม่สบตาลูกขณะให้นม การที่พ่อเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกและพูดคุยกับลูกอย่างอ่อนโยน การแสดงความรักความเอาใจใส่ให้ลูกรับรู้ว่าลูกนั้นมีความสำคัญต่อพ่อแม่  สิ่งเหล่านี้ช่วยพัฒนา SELF ESTEEM ให้ลูกได้ดีที่สุด
  • เสริมกิจกรรมแห่งความภาคภูมิใจให้ลูก

    พ่อแม่สามารถเล่นเกมต่างๆ กับลูกวัยขวบปีแรก เพื่อสร้างความใกล้ชิด เสริมสร้างพัฒนาการของลูกในด้านต่างๆ  และเพื่อให้ลูกรับรู้ว่าตนเองนั้น เป็นที่รักของพ่อแม่
    เป็นต้น





ความภาคภูมิใจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยเตาะแตะ (1-3 ปี)


ช่วงวัยนี้เป็นระยะสำคัญของการส่งเสริม SELF-ESTEEM เพราะวัยนี้ลูกสามารถทำสิ่งต่างๆ ตามพัฒนาการได้มากขึ้น เริ่มมีความเข้าใจในความเป็นตัวของตัวเอง เริ่มรู้จักคน และเข้าสังคมได้ การเลี้ยงลูกวัยนี้จะต้องทำให้ลูกเกิดความรู้สึกทีดีต่อตัวเอง และมีทัศนคติที่ดีต่อตัวเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าต่อไป

การส่งเสริมความภาคภูมิใจของเด็กวัยนี้ ทำได้โดย

  • ความรักสร้าง SELF-ESTEEM

    ความรักและความเอาใจใส่ของพ่อแม่ที่มีต่อลูก เป็นสิ่งสำคัญและเป็นพื้นฐานในการสร้าง SELF-ESTEEMที่ง่ายที่สุด เพราะเป็นพลังกระตุ้นให้ลูกมีความกล้า และมั่นใจ เป็นแรกผลักดันให้ลูกทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีในอนาคต
  • กำลังใจที่ได้จาการชม

    เด็กเล็กต้องการกำลังใจ คำชมเมื่อลูกน้อยทำความดี เป็นการกระตุ้นให้เค้าอยากทำสิ่งที่ดีเพิ่มขึ้น พ่อแม่ควรชมลูกที่การกระทำอย่างจริงใจไม่ชมพร่ำเพรื่อ ควรชมลูกในเรื่องการมีน้ำใจ การแก้ปัญหา การเป็นมิตรกับผู้อื่น ไม่ควรมุ่งเน้นไปที่ผลสำเร็จของตัวงานอย่างเดียว
  • ลูกสุขใจ.. พึ่งตัวเองได้

    โดยธรรมชาติเด็ก ๆ มีความอยากรู้อยากเห็น อยากทำอะไรด้วยตัวเอง เรียนรู้ที่จะทำสิ่งต่างๆ  โดยเลียนแบบผู้ใหญ่ พ่อแม่ควรทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง และหัดให้ลูกน้อยได้ช่วยเหลือตัวเองในเรื่องต่างๆ เช่นการตักข้าว การใส่รองเท้า การผูกเชือกรองเท้า แม้ช่วงแรกลูกจะทำได้ไม่ดีนัก พ่อแม่ก็ควรอดทนและให้เวลาลูกได้พัฒนาทักษะต่อไป
  • เสริมกิจกรรมแห่งความภาคภูมิใจให้ลูก

    พ่อแม่ควรเสริมกิจกรรมและเกมต่างๆ ให้ลูกวัยนี้  การทำกิจกรรมวิ่งเล่นปีนป่าย กระโดด เพื่อให้ลูกมีพลังในการทำสิ่งต่าง ๆ นอกบ้าน กิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมความคิดความรู้สึก และพัฒนาการด้านต่างๆ และ การเล่านิทานก่อนนอน เพื่อเสริมสร้าง ความสุข เป็นต้น





ความภาคภูมิใจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยเตรียมอนุบาล (3-6 ปี)


ช่วงวัยนี้เป็นช่วงสำคัญวัยหนึ่งของลูกเพราะลูกเริ่มก้าวออกจากบ้านไปเรียนรู้สังคมใหม่ ๆ นั่นคือโรงเรียน  ลูกจะต้องเรียนรู้จากสังคมรอบตัว รู้จักมีความรับผิดชอบ การช่วยเหลือผู้อื่น และการยอมรับกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในสังคม ดังนั้นยิ่งส่งเสริม SELF-ESTEEM ของลูกมากขึ้นเท่าใด ย่อมทำให้ลูกก้าวสู่สังคมใหม่ได้อย่างมั่นใจมากเท่านั้น

การส่งเสริมความภาคภูมิใจของเด็กวัยนี้ ทำได้โดย

  • จะอย่างไรแม่ก็รัก พ่อก็พอใจ

    เมื่อลูกต้องไปพบเจอผู้อื่นในสังคมภายนอก เช่นเพื่อนในโรงเรียน การถูกเพื่อนล้อเรื่องรูปร่าง ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดี คิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ดังนั้นการเพิ่มความมั่นใจให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่รักลูกเสมอไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไรก็ตาม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ลูกมีจิตใจที่เข้มแข็ง สามารถยิ้มรับคำล้อเลียน และไม่สนใจต่อปากต่อคำกับเพื่อน และทำให้เพื่อนเลิกล้อไปเอง
  • สนใจอะไร เรียนรู้ได้เสมอ

    ถ้าเห็นลูกสนใจสิ่งใดให้รีบตอบสนอง แล้วตั้งคำถาม เพื่อกระตุ้นให้ลูกคิดให้ต่อเนื่องทันที  จากนั้นค่อยอธิบายให้ลูกได้เรียนรู้ถึงสิ่งนั้นเท่าที่จะทำได้ หากบางเรื่องที่พ่อแม่ไม่รู้ ควรชวนไปค้นหาความรู้ด้วยกันในห้องสมุดหรือหาหนังสือมาอ่านด้วยกัน เป็นการเสริมสร้างกิจกรรมกับลูกอีกด้วย
  • งานบ้านสร้าง SELF-ESTEEM

    การให้ลูกทำงานบ้านเป็นการสื่อสารให้ลูกรู้และเชื่อมั่นว่าพ่อแม่มั่นใจ ว่าเค้าสามารถรับผิดชอบได้และทำได้สำเร็จ พ่อแม่ควรให้ลูกทำงานบ้านที่เหมาะสมกับวัย เช่น การเก็บของเล่น การจัดรองเท้า การรับโทรศัพท์ และควรทำให้งานบ้านเป็นเรื่องสนุก แล้วชมเชยเมื่อลูกทำสำเร็จ  เป็นการสร้าง SELF-ESTEEM ของลูกเพิ่มมากขึ้น และรู้สึกมีคุณค่า มีบทบาทต่อการช่วยเหลือพ่อแม่
  • เสริมกิจกรรมแห่งความภาคภูมิใจให้ลูก

    ชวนลูกวัยนี้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้ลูกเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง การให้ลูกเขียนจดหมาย ส่งถึงผู้อื่น และเมื่อได้รับจดหมายตอบกลับลูกจะรู้สึกภูมิใจและมีคุณค่า  การไปนอนค้างบ้านญาติเพื่อให้ลูกได้เรียนรู้และใกล้ชิด ไว้วางใจผู้อื่น เป็นต้น

 


ความภาคภูมิใจเกิดขึ้นได้ในวัยเด็ก (6 ปีขึ้นไป)


ลูกวัยนี้เป็นช่วงวัยเรียน พ่อแม่ควรให้ความช่วยเหลือลูกน้อยลง เป็นวัยที่ลูกต้องเรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตัวเอง และเรียนรู้การปรับตัวกับการไปอยู่กับสังคมนอกบ้านมากกว่าที่บ้าน การเข้าสังคมกับผู้อื่น ลูกจะได้พัฒนาตนเองทั้งด้านความคิด ความจำ การใช้ภาษา และการรับรู้การแสดงออกเพิ่มขึ้น

การส่งเสริมความภาคภูมิใจของเด็กวัยนี้ ทำได้โดย

  • บันทึกสิ่งที่หนูทำได้

    สนับสนุนให้ลูกค้นหาตัวเองว่ามีความสามารถด้านใด มีความชอบ มีความถนัด และมีความสนใจในสิ่งที่คิดว่าทำได้ดีที่สุด แล้วบันทึกลงเป็นรายการความสามารถของตัวเองเป็นข้อ ๆ  และ บันทึกเพิ่มเติมสิ่งที่อยากจะทำ เพื่อที่พ่อแม่จะได้ช่วยกันพัฒนาทักษะ ความสามารถพิเศษนั้นต่อไป
  • 3 สิ่งดี ๆ เติมเต็มได้ทุกวัน

    ก่อนที่ลูกจะเข้านอนในแต่ละวัน ชักชวนให้ลูกคิดถึงแต่สิ่งดีๆ ประมาณ3อย่างที่เค้าสามารถทำได้ในวันนั้น โดยให้ลูกจดบันทึกไว้ ก่อนนอนทุกวัน เพื่อพัฒนาความรู้สึกมีคุณค่าให้ลูกเกิดความภูมิใจเพิ่มขึ้นด้วย
  • ยอมรับในสิ่งที่หนูเป็น

    ส่งเสริมให้ลูกมองตัวเองในแง่ดี เพราะเมื่อใดที่ลูกมองตัวเองในแง่ลบ จะทำให้ลูกเกิดความรู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ และไม่กล้าทำในสิ่งต่างๆ ได้ ควรสนับสนุนให้ลูกมองตัวเองในแง่บวก ไม่ควรปล่อยให้กังวลกับรูปร่างของตนเอง  แต่ลูกสามารถเรียนรู้ที่จะรัก พอใจและยอมรับได้ และควรชอกให้ลูกเห็นถึงความสำคัญในสิ่งดี ๆ ที่ลูกทำได้มากกว่า สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากกว่าเรื่องรูปร่างหน้าตา
  • เสริมกิจกรรมแห่งความภาคภูมิใจให้ลูก

    ชวนลูกทำกิจกรรมี่จะพัฒนาความเป็นระเบียบของความคิดและจิตใจ เกมที่จะช่วยฝึกความคิดวางแผนและตัดสินใจ และให้ลูกรู้ถึงความสามารถของตัวเอง.

 





แหล่งที่มา

Angie Rose, Ph.D. and Lynn Wiess, Ph.D. Self Esteem Activities : Giving Children from Birth to Six the Freedom to Grow Humanic Publishing Group, 2002, Atlanta, Georgia, U.S.A.

David V. Sheslow, Ph. D, and Colleen Taylor Lukens, MA. Updated and reviewed, D’Arcy Lyness, Phd. Originally reviewed The Story and Self-Esteem. From Internet http://www.kidshealth.org/kid/feeling/

Lilian Katz. How We Strengthen Children’s Self-Esteem? From Internet http://www.kidsource.com/kidsource/content2/Strengthen_Children_Self.html

Thomas D. Yarnell, Ph.D, Clinical Psychologist Build Your Child’s Self-Esteem from Internet http://www.homestead.com/selfhelpsolutions/build.html